ดอกเบี้ยขาลง : ทองคำคือโอกาส?

2025-08-28 | ทองคำ , ธนาคารกลางสหรัฐ , อัตราดอกเบี้ย , เจาะลึกตลาดรายสัปดาห์

ดอกเบี้ยขาลง : ทองคำคือโอกาส?

ธนาคารกลางสหรัฐเพิ่งปรับท่าทีใหม่ การประชุม FOMC เดือนกันยายนอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยน คำกล่าวล่าสุดของพาวเวลล์ไม่ได้เป็นเพียงการส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย แต่ยังเปิดประตูสู่การปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่าสองปี 

ตามสถิติแล้ว ราคาทองคำมักจะพุ่งขึ้นเมื่อเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 

แต่ครั้งนี้สถานการณ์ต่างออกไป ความเสี่ยงสูงกว่าเดิม เงินเฟ้อเริ่มเย็นตัวลง สภาพคล่องกำลังกลับมา และราคาทองคำก็กำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

คำถามที่นักเทรดกำลังจับตา: สถานการณ์นี้จะดันราคาทองคำขึ้นไปแตะ $4,000 ได้หรือไม่? 

การเปลี่ยนท่าทีเชิงผ่อนคลายของพาวเวลล์ 

ตลอดสองปีที่ผ่านมา กลยุทธ์ของพาวเวลล์ชัดเจน: รักษาดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูง กดเงินเฟ้อ และเข้มงวดเงื่อนไขทางการเงิน แต่ตลาดมักมองไปข้างหน้า และครั้งนี้พวกเขาได้รับสัญญาณแล้ว 

ในการแถลงล่าสุด พาวเวลล์ยอมรับถึงการชะลอตัวของการเติบโต และส่งสัญญาณถึงการผ่อนคลายนโยบายล่วงหน้า ปัจจุบันสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยของเฟดสะท้อนโอกาส 80% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอาจพลิกโฉมภาพรวมมหภาคของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมด 

ดอกเบี้ยที่ต่ำลงหมายถึง: 

  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ทำให้ทองคำถูกลงในระดับโลก 
  • อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง ลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ 
  • สภาพคล่องเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงทน 

นี่คือสภาพแวดล้อมที่มักนำมาซึ่งความผันผวน และตามสถิติแล้ว ทองคำก็มักตอบสนองต่อช่วงเวลาเหล่านี้เสมอ 

ประวัติศาสตร์ของทองคำไม่เคยโกหก 

ดอกเบี้ยขาลง : ทองคำคือโอกาส?
อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ vs ราคาทองคำ

ดูจากกราฟได้เลย ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เฟดเข้าสู่รอบการปรับลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่ ล้วนกระตุ้นให้เกิดการพุ่งขึ้นของราคาทองคำอย่างรุนแรง: 

  • 2001-2003: เฟดปรับลดดอกเบี้ยอย่างหนัก และราคาทองคำพุ่งเกือบ เพิ่มขึ้นเท่าตัว 
  • 2008-2011: หลังวิกฤตการเงิน ราคาทองคำพุ่งจาก $700 ขึ้นไปถึง $1,900 
  • 2020 การลดดอกเบี้ยช่วงโควิด: เฟดลดดอกเบี้ยลงใกล้ศูนย์ และทองคำทะลุระดับ $2,000 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น การจดจำรูปแบบ เมื่อสภาพคล่องไหลกลับเข้าสู่ตลาด เงินทุนจะมุ่งไปยังสินทรัพย์ที่หายาก และทองคำจะเปล่งประกายที่สุดในช่วงเวลาเหล่านี้ 

การตั้งรับทองคำปี 2025: ทำไมครั้งนี้ถึงต่างออกไป 

ครั้งนี้ราคาทองคำไม่ได้เริ่มจากจุดต่ำสุดอีกแล้ว แต่กำลังซื้อขายอยู่ที่ราว $3,350 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตลอดกาล ที่สำคัญคือการเก็งกำไรยังไม่ได้พุ่งทะยานเกินจริง นักลงทุนยังคงระมัดระวังและรอการยืนยันสัญญาณ 

และนี่แหละคือเชื้อเพลิง หากเฟดลดดอกเบี้ยจริง เงินทุนที่รออยู่ข้างสนามอาจทะลักเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว เมื่อความต้องการจากธนาคารกลางและกองทุน ETF ที่สะสมทองคำสำรองไว้แล้วถูกเสริมด้วยการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นเพียงเล็กน้อย ก็อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ได้ทันที 

ระดับ $3,500: เส้นแบ่งสำคัญ 

ดอกเบี้ยขาลง : ทองคำคือโอกาส?
กระทิงรอการเบรกเอาต์! $4,000 คือเป้าหมายถัดไปหรือไม่?

สำหรับนักเทรด กราฟชี้ชัดเจนว่า $3,500 คือเพดานราคา ที่ซึ่งผู้ขายเริ่มเข้ามา และผู้ซื้อเริ่มลังเล แต่หากราคาทองคำทะลุและ ยืนเหนือระดับนี้ได้ อัลกอริทึมการซื้อขาย กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และสถาบันการเงิน อาจเป็นตัวจุดชนวนให้เงินทุนใหม่ไหลเข้าตลาด 

จากนั้น เป้าหมายทางจิตวิทยาถัดไปคือ $4,000 เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมในอดีตและปัจจัยมหภาคที่สนับสนุน เป้าหมายนี้ ไม่ใช่เพียงจินตนาการ แต่เป็นความเป็นไปได้ที่มีข้อมูลการลดดอกเบี้ยตลอดหลายปีหนุนหลัง 

จิตวิทยาตลาด: ทำไมนักลงทุนทุกคนกำลังจับตาทองคำ 

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของปัจจัยพื้นฐาน แต่คือ มุมมองตลาด ในช่วงที่นโยบายการเงินผ่อนคลาย ทองคำไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่ยังกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีเรื่องราวและความหมายในเชิงการลงทุน 

  • นักลงทุนมองว่าเป็นที่ปลอดภัย 
  • นักเทรดมองว่าเป็นจังหวะการเบรกเอาต์ 
  • สถาบันการเงินมองว่าเป็นการปกป้องพอร์ตการลงทุน 

การผสานกันของทั้งสามปัจจัยนี้ดึงดูดเงินทุนจากทุกทิศทาง และเมื่อทั้งหมดมาบรรจบกัน ก็มักก่อให้เกิดการพุ่งขึ้นแบบขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัม ที่สามารถสร้างสถิติใหม่ได้ 

ความเสี่ยงต่อการขึ้นของราคาทองคำ 

แน่นอนว่าเส้นทางไม่ได้ราบเรียบ นักลงทุนยังต้องจับตาสามปัจจัยสำคัญ: 

  1. การประชุม FOMC เดือนกันยายน: หากมีการหยุดพักที่ไม่คาดคิด อาจบดขยี้โมเมนตัมระยะสั้น 
  1. ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY): หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง โอกาสการปรับขึ้นของทองคำอาจสะดุด 
  1. อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง: เมื่อผลตอบแทนที่แท้จริงสูงขึ้น ก็มักจะจำกัดการพุ่งขึ้นของทองคำในอดีต 

เส้นทางสู่ระดับ $4,000 ไม่ได้ถูกการันตี แต่จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มันคือเป้าหมายที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด 

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป 

  • ข้อมูลการจัดพอร์ต: กองทุนกำลังเพิ่มการถือครองหรือไม่ 
  • กระแสเงินไหลเข้า ETF: การไหลเข้าที่พุ่งสูงมักบ่งชี้ถึงความมั่นใจในการเบรกเอาต์ 
  • แนวโน้มสภาพคล่อง: สภาพคล่องที่มากขึ้นหมายถึงโอกาสขาขึ้นที่สูงขึ้น ง่ายๆ แค่นั้น 

หากเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย ทองคำจะไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มาจากเรื่องราว กระแสเงิน และโมเมนตัม ที่ทั้งหมดกำลังมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน 

ประเด็นสำคัญจากการลดดอกเบี้ยและทองคำ 

การปรับลดดอกเบี้ยกำลังจะมา และกลยุทธ์ของทองคำก็ยังเหมือนเดิม ประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่าทุกครั้งที่เข้าสู่รอบการลดดอกเบี้ย ราคาทองคำมักพุ่งสูงขึ้น แต่ครั้งนี้การจัดวางครบทั้งสามมิติ: สภาพคล่อง การจัดพอร์ต และสัญญาณทางเทคนิค 

ระดับเบรกเอาต์สำคัญคือ $3,500 หากทองคำทะลุและยืนได้อย่างมั่นใจ ระดับ $4,000 ก็อยู่บนโต๊ะสำหรับรอบนี้ 

สำหรับนักเทรด เรื่องนี้ไม่ใช่การเดาเพียงตามพาดหัวข่าว แต่คือการมองให้ออกว่า เชื้อเพลิงมหภาคของตลาด กำลังจัดเรียงตัว และตอนนี้ทองคำก็มีน้ำมันเต็มถังพร้อมวิ่งแล้ว 


การเปิดเผยความเสี่ยง 
หลักทรัพย์ ฟิวเจอร์ส CFD และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากความผันผวนของมูลค่าและราคาของเครื่องมือทางการเงินพื้นฐาน เนื่องจากความเคลื่อนไหวของตลาดที่ไม่พึงประสงค์และคาดเดาไม่ได้ อาจเกิดการขาดทุนมากกว่าการลงทุนเริ่มต้นของท่านในระยะเวลาอันสั้น    
โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านเข้าใจความเสี่ยงของการซื้อขายกับเครื่องมือทางการเงินแต่ละประเภทอย่างถ่องแท้ก่อนทำธุรกรรมกับเรา หากท่านไม่เข้าใจความเสี่ยงดังที่ได้อธิบายไว้ในนี้ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ 

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ   
ข้อมูลที่ปรากฏในบล็อกนี้มีไว้เพื่ออ้างอิงทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้เป็นคำแนะนำการลงทุน ข้อเสนอแนะ คำเชิญ หรือการเสนอขายหรือซื้อเครื่องมือทางการเงินใดๆ ทั้งนี้ไม่ได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์การลงทุนหรือสถานการณ์ทางการเงินเฉพาะของผู้รับข้อมูลแต่ละราย ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้สำหรับผลการดำเนินงานในอนาคต D Prime และบริษัทในเครือไม่ให้การรับรองหรือรับประกันใดๆ เกี่ยวกับความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลนี้ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการใช้ข้อมูลนี้หรือลงทุนตามข้อมูลดังกล่าว  
กลยุทธ์ที่กล่าวถึงข้างต้นสะท้อนถึงความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ควรใช้หรือพิจารณาเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจซื้อขายหรือคำเชิญชวนให้เข้าทำธุรกรรมใดๆ D Prime ไม่รับรองความถูกต้องหรือความครบถ้วนของรายงานนี้และปฏิเสธความรับผิดใดๆ ต่อความเสียหายที่เป็นผลมาจากการใช้รายงานนี้ คุณไม่ควรพึ่งพารายงานนี้แต่เพียงอย่างเดียวเพื่อทดแทนการตัดสินใจของคุณเอง ตลาดมีความเสี่ยงเสมอ และการลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง 

วิเคราะห์ตลาดเชิงลึกIconBrandElement

article-thumbnail

2025-08-28 | วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก

ดอกเบี้ยขาลง : ทองคำคือโอกาส?

ดอกเบี้ยขาลง กำลังมา ดูว่าทำไมทองคำอาจเตรียมเบรกทะลุระดับ $3,500 และทำไมนักเทรดจับตาเป้าหมาย $4,000 ในรอบนี้ 

article-thumbnail

2025-08-21 | วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก

หลังประชุม ทรัมป์–ปูติน จับตาสินค้าโภคภัณฑ์ตัวนี้

ข่าวพาดหัวมาแล้วก็ผ่านไป ตลาดไม่ไหวติง แต่คุณอย่าเพิ่งตายใจ ใต้ผิวน้ำอันสงบนั้น มีบางสิ่งสำคัญเพิ่งเกิดขึ้น: ทรัมป์กับปูตินนั่งคุยกันแบบตัวต่อตัวที่อลาสกา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา และเมื่อสองมหาอำนาจด้านภูมิรัฐศาสตร์เปิดปากพูดคุยกัน หลังความเงียบอันเย็นเยียบหลายปี ผลกระทบที่ตามมาอาจไม่ฉับไวเหมือนการขึ้นดอกเบี้ย แต่แรงกระเพื่อมจะรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อมันเริ่มเคลื่อนไหว  และเมื่อมันระเบิดขึ้นมา ก็จะไม่มีคำว่าเบาเลย  นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่มันอาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่จะพลิกโฉมตลาดพลังงาน พันธมิตรระหว่างประเทศ และแม้แต่การคาดการณ์เงินเฟ้อที่กำลังมุ่งหน้าสู่ปี 2026.  การประชุมที่ (เงียบๆ) แต่เขยื้อนตลาดได้  ต่างจากซัมมิตทั่วไปที่เต็มไปด้วยข่าวพาดหัวและวาทะเร้าอารมณ์ การพบกันของทรัมป์–ปูตินครั้งนี้กลับเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด  ไม่มีข้อตกลงสันติภาพ ไม่มีการเจรจาทะลุทางตัน ไม่มีการจับมือบนเวทีใหญ่พร้อมแสงสีเสียงอลังการ  แต่นั่นแหละ คือเหตุผลที่มันสำคัญ  เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ดูเหมือนว่าวอชิงตันกับมอสโกจะกลับมาคุยกันอีกครั้งในเบื้องหลัง และในโลกของสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก การสื่อสารคือสินทรัพย์ โดยเฉพาะเมื่อความขัดแย้งในยูเครนยังไม่มีวี่แววจะยุติ  นักเทรดเริ่มตั้งคำถามกันแล้วว่า: หรือว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายความตึงเครียด?  ทำไมสินค้าโภคภัณฑ์นี้ควรอยู่ในเรดาร์ของคุณ  อย่าอ้อมค้อมเลย: มันคือน้ำมัน  แม้จะไม่มีการเคลื่อนไหวด้านราคาทันที แต่นักเทรดรู้ดีว่าเมื่อใดที่มีสัญญาณแห่งสันติภาพ แม้เพียงแค่จุดเริ่มต้น ก็อาจทำให้เส้นทางการขนส่งที่ถูกปิดกลับมาเปิดได้ มาตรการคว่ำบาตรอาจผ่อนคลายลง และค่าความเสี่ยงที่ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดสงครามรัสเซีย–ยูเครนอาจเริ่มคลี่คลาย ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดพลังงานทั้งหมด  ตำแหน่งถือครองแบบเก็งกำไรฝั่ง Long ในน้ำมันดิบ WTI ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 […]

article-thumbnail

2025-08-15 | วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก

ค่าเงินดอลลาร์จะยังคงร่วงต่อในปี 2025 หรือไม่? เจาะลึกแนวโน้มสำคัญ 

การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ทำให้หลายฝ่ายประหลาดใจ ดัชนีดอลลาร์ (DXY) บันทึกการร่วงลงในช่วงครึ่งปีแรกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973 โดยดิ่งลงอย่างรุนแรงก่อนจะดีดตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม แม้การฟื้นตัวนั้นจะช่วยชดเชยบางส่วนที่สูญเสียไป แต่นักวิจัยจาก Morgan Stanley คาดว่าการอ่อนค่ายังไม่จบ และดอลลาร์อาจร่วงลงอีก 10% ภายในสิ้นปี 2026  แล้วอะไรคือเบื้องหลังการร่วงของดอลลาร์ในปี 2025? และมีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะกลับมาฟื้นตัว? มาค้นหาคำตอบกัน  สรุปภาพรวมค่าเงินดอลลาร์ – ครึ่งปีแรกของปี 2025  ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 ดัชนี DXY ร่วงลงประมาณ 10.8% ซึ่งถือเป็นผลงานครึ่งปีแรกที่ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่การร่วงลง 14.8% เมื่อต้นปี 1973  นักวิเคราะห์ชี้ถึง 2 แรงกดดันสำคัญ:  ทั้งสองปัจจัยนี้ส่งผลกดดันอย่างหนักต่อค่าเงินดอลลาร์  ทำไมดอลลาร์อ่อนค่าลงในปี 2025  1. ภาษีและความไม่แน่นอนด้านนโยบาย บั่นทอนแรงหนุนของดอลลาร์  ท่าทีของทรัมป์ที่เปลี่ยนแปลงไปในเรื่องภาษีและการปฏิรูปภาษี สร้างแรงกดดันระยะยาวต่อค่าเงินดอลลาร์ มาตรการกีดกันทางการค้าไม่เพียงแต่สร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ทางการค้าทั่วโลก แต่ยังทำลายความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกสหรัฐฯ  ความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายยังสร้างความกังวลให้นักลงทุน ลดความต้องการสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเป็นดอลลาร์ และยิ่งตอกย้ำแนวโน้มขาลงของค่าเงิน  2. […]

วิเคราะห์ตลาดเชิงลึกIconBrandElement

ดอกเบี้ยขาลง : ทองคำคือโอกาส?

2025-08-28 | วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก